top of page

วิธีวัดขนาดห้องง่าย ๆ 3 ขั้นตอน ก่อนเลือกชั้นวางของ

  • 28 ก.พ. 2566
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 8 ส.ค.

ก่อนซื้อชั้นวางของ สิ่งแรกที่ควรรู้ไม่ใช่แค่ “อยากได้ชั้นขนาดไหน” แต่คือ พื้นที่ที่มีสามารถวางชั้นขนาดไหนได้จริง


การวัดพื้นที่ก่อนซื้อช่วยลดปัญหาชั้นกว้างเกินไป ลึกจนกินทางเดิน สูงติดเพดาน หรือบังประตู หน้าต่าง และปลั๊กไฟ


วิธีวัดขนาดห้องง่าย ๆ 3 ขั้นตอน ก่อนเลือกชั้นวางของ

วิธีวัดขนาดห้องที่ง่ายที่สุดคือวัด ความกว้าง ความลึก และความสูง ของพื้นที่ติดตั้ง พร้อมเช็กสิ่งกีดขวางรอบ ๆ จากนั้นจึงนำขนาดที่ได้ไปเลือกประเภทและขนาดของชั้นวางที่เหมาะสม


ขั้นตอนที่ 1 เลือกพื้นที่ที่จะวางชั้น


เริ่มจากกำหนดก่อนว่า ต้องการใช้ชั้นวางของบริเวณไหน เช่น

  • ห้องเก็บของ

  • ห้องทำงาน

  • พื้นที่หลังบ้าน

  • โรงจอดรถ

  • ห้องสต็อกสินค้า

  • ร้านค้า

  • คลังสินค้า


เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการวัดพื้นที่ทั้งห้อง หากต้องการวางชั้นเพียงบางจุด สิ่งสำคัญคือ ขนาดพื้นที่ติดตั้งจริง


วิธีวัดขนาดห้อง ใช้ได้กับชั้นวางทุกประเภท

ก่อนวัด ลองตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ ว่ามีอะไรที่อาจกระทบกับการติดตั้ง เช่น

  • ประตูและทิศทางการเปิดประตู

  • หน้าต่าง

  • เสา

  • บัวพื้น

  • ปลั๊กไฟ

  • สวิตช์ไฟ

  • เครื่องปรับอากาศ

  • เฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในห้อง


วิธีวัดขนาดห้อง

เพราะบางครั้งพื้นที่อาจกว้างพอสำหรับวางชั้น แต่เมื่อติดตั้งจริงกลับใช้งานประตูหรือปลั๊กไฟไม่ได้

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือตลับเมตรนั่นเองครับ


วิธีวัดขนาดห้อง อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือตลับเมตร หรือเลเซอร์วัดระยะ


ขั้นตอนที่ 2 วิธีวัดขนาดห้องง่ายๆ กว้าง × ลึก × สูง


เมื่อเลือกตำแหน่งได้แล้ว ให้ใช้ตลับเมตรวัด 3 ขนาดหลัก


ความกว้าง

วิธีวัดขนาดห้องแบบง่ายๆ

วัดจากซ้ายไปขวาของพื้นที่ติดตั้ง เพื่อดูว่าชั้นสามารถมีความกว้างได้สูงสุดเท่าไร



ความลึก

วัดจากผนังออกมาด้านหน้า จุดนี้สำคัญมาก เพราะหากเลือกชั้นที่ลึกเกินไป อาจทำให้ทางเดินแคบ หรือหยิบของจากชั้นได้ไม่สะดวก ก่อนเลือกชั้นจึงควรดูทั้ง ความลึกของชั้น + พื้นที่ทางเดินด้านหน้า



ความสูง

วิธีวัดขนาดห้อง ควรวัดความสูงโดยหาระยะต่ำสุดของเพดาน หรือสิ่งกีดขวาง

วัดจากพื้นขึ้นไปถึงเพดาน หรือจุดต่ำสุดที่อาจเป็นสิ่งกีดขวาง เช่น

  • คาน

  • ท่อ

  • เครื่องปรับอากาศ

  • ระบบไฟ

  • อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนผนัง


เมื่อวัดครบแล้ว ควรจดเป็นรูปแบบเดียวกัน เช่น

พื้นที่ติดตั้ง: กว้าง 150 × ลึก 60 × สูง 220 ซม.


วิธีวัดขนาดห้อง เมื่อได้ขนาดของห้องแล้วควรจดบันทึกให้เป็นลักษณะเดียวกัน เช่น หน่วยที่ควรใช้เป็นรูปแบบเดียวกัน

ตัวเลขชุดนี้จะกลายเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกชั้นวางต่อไป



ขั้นตอนที่ 3 เช็กการใช้งานจริงก่อนเลือกชั้น


การที่ชั้น “วางได้” ไม่ได้หมายความว่า “เหมาะกับพื้นที่” หลังจากวัดขนาดแล้ว ลองตรวจสอบอีกครั้งว่า หากมีชั้นอยู่ในตำแหน่งนั้นแล้ว


  • ยังสามารถเดินผ่านได้หรือไม่

  • ประตูเปิดได้เต็มที่หรือไม่

  • หน้าต่างยังใช้งานได้หรือไม่

  • หยิบของจากชั้นได้สะดวกหรือไม่

  • รถเข็นหรืออุปกรณ์ขนย้ายสามารถผ่านได้หรือไม่

  • สามารถเข้าถึงปลั๊กและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้หรือไม่


หากเป็นพื้นที่จัดเก็บสินค้า ควรคิดถึง รูปแบบการหยิบและเติมสินค้า เพิ่มเติมด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะขนาดของชั้น


วัดพื้นที่แล้ว ต้องดูอะไรต่อก่อนซื้อชั้นวาง?


ขั้นตอนต่อไปคือดูว่า ต้องการเก็บอะไร เพราะพื้นที่ขนาดเท่ากัน อาจต้องใช้ชั้นวางคนละประเภท หากลักษณะสินค้าหรือการใช้งานต่างกัน โดยตรวจสอบเรื่องดังนี้


  1. ของที่จะวางมีขนาดเท่าไร

  2. ของแต่ละชิ้นมีน้ำหนักประมาณเท่าไร

  3. ต้องหยิบของบ่อยแค่ไหน

  4. พื้นที่เป็นบ้าน ร้านค้า ห้องสต็อก หรือคลังสินค้า


จากนั้นจึงเลือกประเภทชั้นให้เหมาะกับทั้ง พื้นที่ + น้ำหนัก + รูปแบบการใช้งาน



พื้นที่แบบไหน เหมาะกับชั้นวางประเภทใด?


หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากชั้นแบบไหน สามารถใช้ลักษณะพื้นที่และการใช้งานเป็นตัวช่วยเบื้องต้นได้



บ้าน สำนักงาน หรือห้องเก็บของ

หากเป็นพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มาก และต้องการเก็บกล่อง เอกสาร อุปกรณ์ หรือของใช้ทั่วไป สามารถเริ่มพิจารณา ชั้นวาง Micro Rack


Micro Rack เหมาะกับการจัดเก็บที่ใช้วิธีหยิบของด้วยมือเป็นหลัก และต้องการชั้นวางแบบปรับระดับได้ง่าย


วิธีวัดขนาดห้อง - เก็บของในบ้าน สำนักงาน ห้องเก็บของ เลือกใช้ชั้นวาง Micro Rack



ห้องสต็อก ร้านค้า หรือพื้นที่เก็บสินค้าที่มากขึ้น

หากต้องจัดเก็บสินค้าจำนวนมากขึ้น หรือต้องการชั้นที่รองรับการใช้งานหนักขึ้น ชั้นวางที่เหมาะสมกับงานประเภทนี้คือ


Micro Rack ยังคงเหมาะสมเพราะรับน้ำหนักได้ระดับชั้นละ 200 กก. และปรับระยะระหว่างชั้นได้ง่าย


Medium Rack เป็นชั้นวางที่รับน้ำหนักได้มากถึงระดับชั้นละ 500 กก. เหมาะสำหรับงานหนัก ขนย้ายสิ่งของด้วยมือ


วิธีวัดขนาดห้อง - เก็บของในห้องสต็อก ร้านค้า สินค้าน้ำหนักมาก เลือกใช้ชั้นวาง Medium Rack



เก็บกล่องขนาดใหญ่หรือสินค้าที่มีความยาว


หากสินค้ามีขนาดใหญ่ หรือมีความยาวมากกว่าของทั่วไป ควรพิจารณา Long Span Shelf ซึ่งเหมาะกับการจัดเก็บสินค้าที่มีน้ำหนักมาก และต้องการชั้นวางของขนาดใหญ่ขึ้น


วิธีวัดขนาดห้อง. - เก็บของที่มีขนาดใหญ่ เลือกใช้ชั้นวาง Long span shelf



คลังสินค้าที่จัดเก็บสินค้าบนพาเลท


หากเป็นคลังสินค้าที่ใช้พาเลทและรถยกในการจัดเก็บ การวัดพื้นที่เพียงจุดเดียวอาจไม่เพียงพอ

ควรดูทั้ง


  • ความสูงอาคาร

  • ขนาดพาเลท

  • ทางเดินรถยก

  • จำนวนตำแหน่งจัดเก็บ

  • รูปแบบการหยิบสินค้า


ระบบที่มักใช้กับการจัดเก็บลักษณะนี้คือ Selective Rack


วิธีวัดขนาดห้อง - เก็บสินค้าเป็นพาเลท ใช้ร่วมกับรถฟอร์กลิฟต์ เลือกใช้ชั้นวาง Selective Rack



ตัวอย่างการนำขนาดพื้นที่ไปเลือกชั้น


สมมติวัดพื้นที่ได้ กว้าง 125 × ลึก 55 × สูง 210 ซม. และต้องการใช้เก็บกล่อง เอกสาร และของใช้ทั่วไปภายในห้องเก็บของ


Requirement เบื้องต้นจะเป็น

  • ชั้นกว้างไม่เกินพื้นที่ติดตั้ง

  • ความลึกต้องไม่กินทางเดินมากเกินไป

  • ความสูงต้องไม่ติดเพดานหรือสิ่งกีดขวาง

  • ระดับชั้นควรปรับตามขนาดของกล่องได้


จากข้อมูลนี้ สามารถเริ่มเปรียบเทียบกับขนาดของ Micro Rack ที่มีอยู่ แล้วเลือกขนาดที่ใกล้เคียงกับพื้นที่มากที่สุด


นี่คือเหตุผลที่การวัดพื้นที่ก่อนซื้อชั้นช่วยให้เลือกสินค้าได้แม่นยำกว่าการเลือกจากรูปภาพหรือขนาดที่คาดเดาไว้



สรุป วิธีวัดพื้นที่ก่อนซื้อชั้นวางของ


ก่อนเลือกชั้นวาง ให้เริ่มจาก 3 ขั้นตอนง่าย ๆ

เลือกตำแหน่ง → วัดกว้าง ลึก สูง → เช็กพื้นที่ใช้งานจริง

จากนั้นนำขนาดที่ได้มาดูร่วมกับประเภทของสิ่งของ น้ำหนัก และรูปแบบการใช้งาน เพื่อเลือกประเภทชั้นที่เหมาะสม


หากยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่ที่มีควรใช้ Micro Rack, Medium Rack, Long Span Shelf หรือระบบชั้นวางประเภทใด สามารถส่งขนาดพื้นที่หรือแปลนเบื้องต้นให้ทีม SuperStorage ช่วยแนะนำได้


ส่งขนาดพื้นที่ให้ SuperStorage ช่วยแนะนำชั้นวาง

ติดต่อ Tel : 092 883 8993



คำถามที่พบบ่อย


ก่อนซื้อชั้นวางของต้องวัดอะไรบ้าง?

ควรวัดความกว้าง ความลึก และความสูงของพื้นที่ติดตั้ง รวมถึงตรวจสอบตำแหน่งประตู หน้าต่าง เสา ปลั๊ก และพื้นที่ทางเดิน


ต้องวัดพื้นที่ทั้งห้องหรือไม่?

หากติดตั้งชั้นเพียงบางจุด สามารถเริ่มจากพื้นที่ติดตั้งจริงได้ แต่สำหรับห้องสต็อกหรือคลังสินค้า การมีขนาดโดยรวมของพื้นที่จะช่วยวางแผนระบบชั้นได้แม่นยำกว่า


วัดพื้นที่แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าควรใช้ชั้นแบบไหน?

ต้องดูร่วมกับประเภทสินค้า ขนาด น้ำหนัก จำนวนของที่ต้องจัดเก็บ และรูปแบบการหยิบสินค้า เช่น พื้นที่เก็บของทั่วไปอาจเหมาะกับ Micro Rack ขณะที่คลังสินค้าที่เก็บสินค้าบนพาเลทอาจเหมาะกับ Selective Rack


ถ้าไม่แน่ใจเรื่องขนาดชั้นวางควรทำอย่างไร?

สามารถเตรียมขนาดพื้นที่ รูปถ่ายหรือแปลน และข้อมูลของที่จะจัดเก็บ แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำประเภทและขนาดชั้นที่เหมาะสม



SuperStorage ผลิตและจำหน่ายชั้นวางของคุณภาพดี

เลือกชั้นวางของที่เหมาะกับคุณ https://www.superstorage.co.th/

ติดต่อ Tel : 092 883 8993 Line : https://lin.ee/VWu5BMo





ความคิดเห็น


bottom of page