top of page

ถ้าพาเลทน้ำหนักไม่เท่ากัน จะออกแบบ Selective Rack อย่างไร?

ถ้า Selective Rack หนึ่งระดับชั้นต้องวางทั้งหมด 3 พาเลท แต่ละพาเลทมีน้ำหนักมีน้ำหนักไม่เท่ากัน แบบนี้ทาง SuperStorage จะออกแบบชั้นวางอย่างไร


ถ้าพาเลทน้ำหนักไม่เท่ากัน จะออกแบบ Selective Rack อย่างไร?

คำตอบก็คือ เราจะออกแบบโดยยึดน้ำหนักพาเลทที่หนักที่สุดเป็นเกณฑ์ในการคิดน้ำหนักรวมต่อ 1 ระดับชั้น เพื่อนำมาคำนวนน้ำหนักรวมแต่ 1 Bay รวมถึงยังคิดต่ออีกว่าพาเลทหนักนั้นมีโอกาสถูกนำไปวางตำแหน่งไหนบ้าง


ลองดูเหตุผลว่าทำไมจึงต้องออกแบบด้วยวิธีนี้



Selective Rack ต้องรองรับ Load ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละระดับชั้น ไม่ใช่น้ำหนักเฉลี่ยของสินค้า


ในการออกแบบชั้นวาง Selective Rack การเลือกขนาดของเสา คาน จำเป็นต้องคำนวนจาก Load ที่จะเกิดขึ้นจริงในแต่ละระดับชั้น ไ่ม่ใช่น้ำหนักเฉลี่ยของสินค้า


ถ้าพาเลทน้ำหนักไม่เท่ากัน จะออกแบบ Selective Rack อย่างไร

น้ำหนักต่อพาเลทต้องคิด “น้ำหนักรวมต่อ Level”


ตัวอย่าง ถ้า Selective Rack หนึ่ง Level ออกแบบให้วาง 2 พาเลท พาเลทแรก 1,200 กก.พาเลทที่สอง 800 กก. น้ำหนักสินค้ารวมบน Level นั้นคือ 2,000 กก.


แต่วิธีการออกแบบจะต้องคิดถึงความเป็นไปได้ เช่น อนาคตมีโอกาสนำพาเลท 1,200 กก. มาวางพร้อมกัน 2 พาเลทหรือไม่?


ถ้าพาเลทน้ำหนักไม่เท่ากัน จะออกแบบ Selective Rack อย่างไร

ถ้าคำตอบคือ “มีโอกาส”


การออกแบบน้ำหนักรวมต่อระดับชั้นจะคำนวนจากน้ำหนักที่มากที่สุดนั่นคือ 1,200 × 2 = 2,400 กก./Level เพื่อนำมาคำนวนการเลือกขนาดเสา และคานที่เหมาะสมสำหรับการรับน้ำหนักที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในการใช้งาน


ถ้าพาเลทน้ำหนักไม่เท่ากัน จะออกแบบ Selective Rack อย่างไร

หลักการทั่วไปของการออกแบบ Pallet Rack จึงคิดจาก Maximum Loaded Pallet และจำนวน Pallet Position ต่อระดับ



ถ้ามีน้ำหนักหลายกลุ่ม สามารถแบ่ง Rack เป็นโซนได้ไหม?


สามารถออกแบบให้แต่ละพื้นที่รองรับงานต่างกันได้ หากมี Requirement จากลูกค้าอย่างชัดเจน


ตัวอย่างเช่น

Zone A: พาเลทไม่เกิน 500 กก. Zone B: พาเลทไม่เกิน 1,000 กก.


ถ้าพาเลทน้ำหนักไม่เท่ากัน จะออกแบบ Selective Rack อย่างไร

วิธีนี้ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มสเปก Rack ทุกตำแหน่งตามพาเลทที่หนักที่สุด หากพาเลทหนักถูกจำกัดให้อยู่เฉพาะพื้นที่ที่ออกแบบรองรับ ดังนั้นการออกแบบ Load ให้รองรับรูปแบบการใช้งานที่สามารถเกิดขึ้นจริง หรือ Workload sign ของแต่ละ Zone ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น



ข้อมูลอออกแบบ Selective Rack


นอกจากเรื่องน้ำหนักของสินค้าแล้ว ยังมีข้อมูลที่ลูกค้าควรตรวจสอบก่อนเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบชั้นวาง Selective Rack โดยข้อมูลที่ควรตรวจสอบก่อนจะมีดังนี้


  • น้ำหนักเบาสุด และหนักสุดต่อพาเลท

  • ขนาดพาเลท

  • ขนาดสินค้ารวมพาเลท

  • จำนวนพาเลทต่อ Level

  • จำนวน Level

  • ลักษณะสินค้าว่าน้ำหนักกระจายหรือกดเป็นบางจุด

  • ประเภทพาเลท เช่น ไม้ พลาสติก หรือเหล็ก

  • รุ่น พิกัดน้ำหนัก และความสูงที่รถ forklift จะยกได้


ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการเลือกขนาดของคานรับน้ำหนัก, เสาแร็ค, ครอสบีม, รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะต้องใช้ร่วมกับแร็ค


ถ้าพาเลทน้ำหนักไม่เท่ากัน จะออกแบบ Selective Rack อย่างไร

Selective Rack ของ SuperStorage มีช่วงการรับน้ำหนักมาตรฐาน 1,000–4,000 กก./ระดับชั้น แต่ Capacity ที่เหมาะกับแต่ละโครงการควรกำหนดจากสินค้าและ Configuration ที่ใช้งานจริง ไม่ใช่เลือกตัวเลขสูงสุดไว้ก่อน




สรุป: ถ้าสินค้าแต่ละพาเลทหนักไม่เท่ากัน เราจะคำนวนจาก “พาเลทที่หนักที่สุด” ไม่ใช่ “น้ำหนักเฉลี่ย”


ถ้าพาเลทแต่ละตัวมีน้ำหนักต่างกัน ลูกค้าสามารถแจ้ง น้ำหนักของพาเลทที่หนักที่สุด ให้กับทาง SuperStorage ใช้คำนวนโครงสร้าง เพื่อดูต่อว่าในหนึ่ง Level สามารถวางพร้อมกันได้กี่พาเลท



สนใจติดต่อเพื่อวัดพื้นที่ และออกแบบประเมินราคาได้ที่ 

โทร : 092-883-8993

เว็บไซต์ : https://www.superstorage.co.th



 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page